บิ๊กหนุ่มเสนองบ100ล้าน หนุนด.2ซีซั่นหน้า

September 30, 2009 by admin Leave a reply »

“บิ๊กหนุ่ม” กนกพันธุ์ จุลเกษม นายใหญ่ค่ายหัวหมาก ชงเรื่องเสนองบ 100 ล้านบาท จากงบพัฒนากีฬาฟุตบอลที่ได้จากกองทุนกีฬาแห่งชาติ หนุนลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ซีซั่นหน้า หวังกระจายจังหวัดละ 1 ล้านบาท เหลืออีก 25 เปอร์เซนต์เป็นเงินรางวัลแชมป์ประจำภูมิภาค วิโรจน์ สุนทรเลขา ปธ.กมธ เปรยพร้อมพลักดันสู่กีฬาอาชีพ

เมื่อเวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุมคณะกรรมาธิการ อาคารวุฒิสภา ได้มีการประชุมกรรมาธิการวุฒิสภาในวาระเรื่องของเงินงบประมาณกองทุนพัฒนา กีฬาแห่งชาติ โดยการประชุมครั้งนี้มี กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย, วิโรจน์ สุนทรเลขา ประธานกรรมมาธิการฯ, ส.ส.สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล รอง ปธ.คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวและกีฬาฯ, ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ผช.รัฐมนตรีประจำรองนายกฯ

ซึ่งในที่ประชุม ครั้งนี้ กนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้เสนอเรื่องงบประมาณในการช่วยพัฒนากีฬาอาชีพ โดยเฉพาะกับฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ที่ถือเป็นพื้นฐานสำหรับฟุตบอลอาชีพต่อไปในอนาคต และจากงบประมาณที่ทางกองทุนกีฬาแห่งชาติได้แบ่งสรรมาให้กีฬาฟุตบอลเป็นจำนวน เงินทั้งสิ้น 400 ล้านบาทในปีงบประมาณ 52 ที่ผ่านมาก็ใช้ไปเพียงแค่ 261 ล้านบาทเท่านั้น ยังคงเหลืออีก 139 ล้านบาท

โดย “บิ๊กกกท.” ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของกีฬาฟุตบอลที่สามารถพัฒนาต่อไปเป็นกีฬาอาชีพแบบ เต็มรูปแบบในอนาคต และการทำเรื่องเสนองบฯ ในที่ประชุมครั้งนี้เป็นเงิน 100 ล้านบาท ที่เพื่อที่จะนำไปแบ่งให้ทีมจังหวัดผ่านทาง อบจ.จังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศจังหวัดละ 1 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีก 25 เปอร์เซนต์ก็จะนำไปจัดสรรเป็นเงินรางวัลให้แก่ทีมแชมป์ประจำภูมิภาค รวมถึงอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งหากสามารถทำได้ตามแผนที่วางเอาไว้ก็เชื่อว่าลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ก็จะเป็นลีกอาชีพได้ในอนาคตอย่างแน่นอน

ซึ่งเรื่องนี้ วิโรจน์ สุนทรเลขา ปธ.กมธ.การประชุมครั้งนี้ก็เผยหลังจากที่ได้มีการเสนอเรื่องงบประมาณกองทุน พัฒนากีฬาแห่งชาติเพื่อนำไปใช้พัฒนาฟุตบอลลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 ซีซั่นหน้าเป็นจำนวนเงิน 100 ล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้ตนเองก็เห็นด้วยว่าเป็นเรื่องที่ดีสำหรับการพัฒนากีฬาโดยเฉพาะ ฟุตบอลเพื่อพลักดันไปสู่ 1 ใน 6 กีฬาอาชีพ เพราะจากกระแสฟุตบอลไทยที่ตอนนี้กำลังได้รับความนิยมจากแฟนฟุตบอลไทยเป็น อย่างดี และทางคณะกรรมาธิการที่พร้อมที่จะช่วยแต่ก็คงเป็นเพียงแค่เบื้องต้นในระยะ เวลา 3 ปีเท่านั้น เพราะคำว่ากีฬาอาชีพจะต้องสามารถยืนได้ด้วยขาของตนเองให้ได้ และต่อจากนี้ทางด้านคณะอนุกรรมาธิการฯก็จะนำเรื่องดังกล่าวมาพิจารณากันใน วาระต่อไปอีกครั้ง เพื่อลงมติเห็นชอบอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

ส่วน ฐนนท์ศรณ์ เลิศฤทธิ์ศิริกุล ผช.รัฐมนตรีประจำรองนายกฯ ก็ได้ให้ความเห็นในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน โดยกล่าวว่า “ถือเป็นเรื่องดีที่จะมีการพลักดันงบประมาณดังกล่าวเพื่อนำไปพัฒนากีฬาอาชีพ โดยเฉพาะกีฬาฟุตบอลที่นับวันจะถือว่าเป็นกีฬาอันดับต้นๆ ของประเทศไทย แต่เราก็จะต้องมีการประชุมหาข้อตกลงอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งเราก็ต้องคำนึงถึงกีฬาประเภทอื่นๆ ด้วยเพราะหากเราทุ่มไปที่ฟุตบอลเพียงอย่างเดียว กีฬาชนิดอื่นๆ เขาก็จะนำข้ออ้างตรงนี้มาเปรียบเทียบได้ว่าไม่ได้ให้ความสนใจทัดเทียม”

Advertisement

Leave a Reply